ศปถ.เผยสงกรานต์วันแรกดับ 39 ราย เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง

ศปถ.สรุปสถิติวันแรกของการรณรงค์ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ 2561 เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย บาดเจ็บ 461 คน เมาแล้วขับ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ร้อยละ 40 ขับรถเร็ว ร้อยละ 26 ส่วนมอเตอร์ไซค์ ครองแชมป์ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึงร้อยละ 81 ขณะที่เชียงรายเกิดอุบัติเหตุสูงสุด

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ซึ่งวันนี้ (12 เม.ย.) เป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร“ โดย ศปถ.ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ พบว่า มีอุบัติเหตุ 477 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.49 รองลงมา คือ ขับรถเร็ว ร้อยละ 26.62 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.96 ส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.30 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.15 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.4 ช่วงเวลาเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ 16.00-20.00 น. ร้อยละ 28.41 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 28.40

ทั้งนี้ จากการตั้งจุดตรวจ 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจยานพาหนะ 678,566 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 128,260 ราย ฐานความผิดไม่สวมหมวกนิรภัย 35,582 ราย สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 18 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ เลย นครศรีธรรมราช นครพนม บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบูรณ์ 2 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 18 คน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวอีกว่า สำหรับวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และบางส่วนเดินทางกลับ หรือถึงสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อร่วมเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยถนนสายหลักที่มุ่งสู่ภูมิภาคมีปริมาณรถหนาแน่น ดังนั้น ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรและคำสั่งหัวหน้า คสช.อย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลในเส้นทางหลักและสายรอง รวมถึงเส้นทางรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัด นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด จุดเสี่ยง และเส้นทางที่มีการก่อสร้าง เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวัง อีกทั้งได้เพิ่มความถี่ในการตรวจรถโดยสารสาธารณะ ตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติด และจะตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของผู้เช่ารถนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติทุกครั้ง

นายวีระศักดิ์ กล่าวถึงการควบคุมผู้ดื่มสุราในพื้นที่ที่ไม่ใช่ถนนสายหลักว่า ในพื้นที่ที่มีการจำกัดการดูแลอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหา แต่พื้นที่อื่นเมื่อประชาชนเดินทางถึงที่หมายแล้วมีการซื้อสุราเข้าไปดื่ม ตรงนี้ต้องอาศัยจุดคัดกรอง หรือด่านชุมชนที่คอยดูแลคนในพื้นที่ นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือกับผู้เฒ่าผู้แก่ในแต่ละพื้นที่ให้ช่วยเข้าไปห้ามปราม ซึ่งเป็นการใช้มาตรการทางสังคม

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 เม.ย.) เป็นวันสงกรานต์ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 ภายใต้กลไกประชารัฐ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในการสัญจร โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมดำเนินมาตรการทางสังคม โดยกำหนดกติกาชุมชน ประชาคมหมู่บ้าน สำหรับเป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย ท้ายนี้ ฝากผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” ซึ่ง 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ ส่วน 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย.-สำนักข่าวไทย

Categories: News