‘บางกอกน้อยโมเดล’ สุขภาพดีเริ่มต้นได้ด้วยปลายนิ้ว

ศิริราชจับมือ สสส. ร่วมกับผู้นำชุมชน กรมสารวัตรทหารเรือ โรงเรียน วัด ร้านค้าพัฒนาสุขภาพเขตเมืองต้นแบบเชิงรุกแห่งแรก บางกอกน้อยโมเดล สุขภาพดีเริ่มต้นได้ด้วยปลายนิ้ว ผ่านแอปพลิเคชันสำรวจข้อมูลสุขภาพชุมชน 4 มิติ ใน 42 ชุมชน องค์การอนามัยโลกชี้คน 3 ล้านชีวิตตายก่อนวัยอันควร สูดอากาศเสียในเขตเมือง ประเสริฐ รัตนแสงศรี-อมร ไชยมณี ผู้นำชุมชนเป็นแบบอย่างไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่

ชุมชนอยากได้เทวดาหมอเสื้อกาวน์ลงพื้นที่ แนะสุขภาพด้วยตัวเองเป็นเรื่องวิเศษสุด พิมพ์พันธ์ วิจิตรเอกสิงห์ งานกิจการเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิวัฒน์ ธีรนิธิศนันท์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทำหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการงานแถลงข่าวโครงการบางกอกน้อยโมเดล “สุขภาพดีเริ่มต้นได้ด้วยปลายนิ้ว” วันพฤหัสบดีที่ 18 ม.ค. ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พลเรือตรีจรัญวีร์ ญาดี ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกองทุน สสส. ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.เซ็นทรัลพัฒนา CPN ผู้แทนสำนักงานเขตบางกอกน้อย ภาคีเครือข่ายเปิดงาน ทั้งนี้ อัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.ภูเก็ต เพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตรธรรมาภิบาลแพทยศาสตร์ รุ่นเดียวกับ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ และ รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยตัวเลขว่า อีก 3 ปีข้างหน้าเมืองไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ประชากรผู้สูงอายุสูงถึง 13 ล้านคน หรือ 20% ของจำนวนประชากร ระบบสาธารณสุขเป็นระบบแรกที่ต้อง เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โครงการบางกอกน้อยโมเดล “สุขภาพดีเริ่มต้นได้ด้วยปลายนิ้ว” เพื่อพัฒนาชุมชนบางกอกน้อยให้เป็นชุมชนต้นแบบสุขภาวะเขตเมือง โดย สสส. ร่วมจัดทำ โครงการบางกอกน้อยโมเดล เน้นการทำงานกับภาคส่วนต่างๆ กรมสารวัตรทหารเรือ สำนักงานเขตบางกอกน้อย โรงเรียน วัด ร้านค้า ชุมชนผู้อยู่อาศัย โดยการจัดทำ “ระบบฐานข้อมูลสุขภาพ” สำรวจในชุมชนบางกอกน้อย 42 ชุมชน เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์สุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ณ เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า “แนวโน้มคนอายุยืนขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน อายุเฉลี่ย 54 ปี แต่วันนี้มีอายุเฉลี่ย 74-76 ปี คนไทยตายยากขึ้น คือมีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้น รพ.จะต้องทำงานเชิงรุก จะเห็นได้ว่าในประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อยู่คนเดียวมากขึ้นโดยไม่มีลูกหลานดูแล ครอบครัวขยายพ่อแม่อยู่กันเอง สามีเสียชีวิตไปก่อนภริยาอยู่คนเดียว ในญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตคนเดียวโดยลูกหลานไม่รู้ บางรายเสียชีวิตไปแล้ว 1 ปี ลูกหลานถึงได้ทราบ มีรายหนึ่งคนทำความสะอาดจะเข้ามาทำงานเดือนละครั้ง เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตในบ้านมาแล้ว 1 เดือน คนที่อยู่คนเดียวควรจะมีเครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยีใช้เพื่อบอกกล่าวไปยังลูกหลานว่าขณะนี้ไม่สบาย มีการใช้แอปติดตามตัวได้ว่าผู้สูงอายุอยู่ที่ไหน ต้องการความช่วยเหลืออย่างไร”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Categories: Health news